Insurance Lab
ประกันชั้น 1 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร
อ่าน 4 นาที
| เหตุการณ์ | ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 3+ |
|---|---|---|---|
| ชนกับรถคันอื่น | |||
| ชนแบบไม่มีคู่กรณี | |||
| น้ำท่วม | |||
| ไฟไหม้ | |||
| รถหาย |
ความต่างหลักอยู่ที่ชนแบบไม่มีคู่กรณี
ทั้งชั้น 1 และชั้น 2+ ดูแลตัวรถของคุณเมื่อชนกับรถคันอื่นที่ระบุคู่กรณีได้ และโดยทั่วไปรวมไฟไหม้กับรถหาย
จุดที่ต่างกันชัดเจนคือ ชั้น 1 โดยทั่วไปดูแลตัวรถแม้ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา หรือเฉี่ยวกำแพง ส่วนชั้น 2+ มักไม่ดูแลกรณีนี้
เทียบให้เห็นภาพ
ลองดูว่าแต่ละเหตุการณ์ โดยทั่วไปแล้วแต่ละชั้นดูแลอย่างไร
- ชนกับรถคันอื่นที่ระบุคู่กรณีได้: ชั้น 1 ดูแล / ชั้น 2+ ดูแล
- ชนเสา ชนกำแพง หรือระบุคู่กรณีไม่ได้: ชั้น 1 ดูแล / ชั้น 2+ มักไม่ดูแล
- ไฟไหม้และรถหาย: โดยทั่วไปทั้งสองชั้นดูแล
- น้ำท่วม: ขึ้นอยู่กับแต่ละแผน ควรเช็กทุกครั้ง
- ความเสียหายต่อคนอื่นและทรัพย์สินของคนอื่น: ทั้งสองชั้นดูแลตามวงเงิน
ส่วนต่างของเบี้ยแลกกับอะไร
ตัวอย่างเช่น รถคันหนึ่งมีเบี้ยชั้น 1 ประมาณ 15,000 บาท และชั้น 2+ ประมาณ 9,000 บาท ส่วนต่าง 6,000 บาทคือสิ่งที่คุณจ่ายเพิ่มเพื่อให้กรณีชนแบบไม่มีคู่กรณีได้รับการดูแล
ถ้าคุณขับในซอยแคบบ่อย เพิ่งหัดขับ หรือจอดในที่แคบเป็นประจำ ส่วนนี้อาจมีความหมายกับคุณมาก แต่ถ้าคุณขับไม่บ่อยและอยากประหยัดเบี้ย ชั้น 2+ ก็เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา
เลือกแบบไหนดี
ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน ลองถามตัวเองว่า รถคันนี้ใช้บ่อยแค่ไหน มูลค่ารถเท่าไร และถ้าต้องจ่ายค่าซ่อมเองในกรณีไม่มีคู่กรณี คุณรับได้แค่ไหน
ลองเปรียบเทียบชั้น 1 และ 2+ สำหรับรถของคุณ เพื่อดูเบี้ยและความคุ้มครองจริงแบบวางคู่กัน โดยยังไม่ต้องให้เบอร์โทร
คำที่เกี่ยวข้อง
- ประกันชั้น 1
- ประกันชั้น 2+
- ชนแบบไม่มีคู่กรณี
- ชนแบบมีคู่กรณี
- ค่าเสียหายส่วนแรก
ดูความต่างนี้กับรถของคุณเอง
เลือกรถแล้วลองเปรียบเทียบแผนสำหรับรถคันนั้น ยังไม่ต้องให้เบอร์โทร